ลงทะเบียนสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
เงื่อนไขและข้อตกลง

    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอแจ้งนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ให้ท่านทราบ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

   ๑. ข้อมูลส่วนบุคคล

    ๑.๑ ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล

     ในเอกสารฉบับนี้

     "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุถึง ตัวบุคคลธรรมดานั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม

     "สถ." หมายความว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    ๑.๒ ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม

     สถ. อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของท่าน ดังต่อไปนี้

     (ก) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อและนามสกุล วันเดือนปี สถานที่เกิด สถานภาพ ข้อมูล ตามที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน หรือหมายเลขบัตรประชาชน

     (ข) ข้อมูลติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ Line ID ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทํางาน

     (ค) ตำแหน่งงาน หน่วยงานหรือองค์กร

     (ง) ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ email หมายเลขไอพี (IP Address) ประเภทของโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) และคุกกี้ (Cookies) ประวัติการสนทนาในแอปพลิเคชันต่าง ๆ

     (จ) ข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้เมื่อท่านติดต่อ หรือร่วมกิจกรรมใด ๆ กับ สถ. เป็นต้น

   ๒. การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนบุคคล

    สถ. เคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และตระหนักดีว่าเจ้าของข้อมูล ย่อมมีความประสงค์ที่จะได้รับความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลของตน ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สถ. ได้รับมา จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดย สถ. มีมาตรการเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

   ๓. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

    ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สถ. จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะทำการเก็บรวบรวม หากกฎหมายกําหนดให้ต้องรอความยินยอม และจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่ สถ. ระบุไว้โดยแจ้งชัด

    ทั้งนี้ สถ. อาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลโดยตรง เช่น จากสื่อสาธารณะต่าง ๆ เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด

   ๔. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    สถ. เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

    ๔.๑ เพื่อประโยชน์ในการจัดหาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การให้หรือรับบริการในรูปแบบต่าง ๆ

    ๔.๒ เพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินและภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการของ สถ.

    ๔.๓ การค้นคว้า หรือการวิจัย

    ๔.๔ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และนำเสนอบริการ หรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของ สถ. และหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สังกัดของ สถ. หรือมีความเกี่ยวข้องกับ สถ.

    ๔.๕ เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพในการดำเนินงาน การให้บริการ และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการของ สถ.

    ๔.๖ เพื่อการวิเคราะห์และติดตามการใช้บริการทางเว็บไซต์ และวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ ย้อนหลังในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน

    ๔.๗ เพื่อการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของ สถ.

    ๔.๘ เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมการเข้าถึง การป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ และเพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษา ความปลอดภัยของบริเวณอาคาร ภายในอาคาร และพื้นที่ของ สถ.

    ๔.๙ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับ สถ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

    ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สถ. ดำเนินการเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือ สถ. อาจไม่สามารถปฏิบัติราชการหรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ให้กับท่านได้

    ทั้งนี้ หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สถ. จะแจ้งให้ท่านทราบ และดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ เป็นหลักฐาน

   ๕. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    สถ. จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้ ตามหลักเกณฑ์ ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่ สถ. ยังมีความสัมพันธ์กับท่านในฐานะบุคลากรของหน่วยงาน หรือประชาชน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของ สถ.

    ในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน สถ. จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมาย ทั่วไปสูงสุด ๑๐ ปี)

   ๖. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

    สถ. กำหนดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ สถ. เพื่อป้องกัน การสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

   ๗. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ในฐานะที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ดังนี้

    ๗.๑ สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

     ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับ สถ. ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญา ที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบ ต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

    ๗.๒ สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของ สถ. รวมถึงขอให้ สถ. เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อ สถ. ได้

    ๗.๓ สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิขอให้ สถ. โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับ สถ. ได้ตามที่กฎหมายกำหนด

    ๗.๔ สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่าน สำหรับกรณีการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด

    ๗.๕ สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิขอให้ สถ. ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามกฎหมายกำหนด

    ๗.๖ สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิขอให้ สถ. ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด

    ๗.๗ สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

     กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่ สถ. มีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่านมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านเอง ท่านมีสิทธิขอให้ สถ. แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    ๗.๘ สิทธิในการรับทราบกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

     สถ. อาจมีการพิจารณาทบทวนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ตามความเหมาะสม ในบางครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

    ๗.๙ สิทธิในการร้องเรียน

     ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ หาก สถ. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนยื่นคำร้องขอดังกล่าวขอใช้สิทธิภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อ สถ. ได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อนึ่ง สถ. สงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อจำกัดโดยเลือกที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะอย่าง อาจส่งผลให้ไม่สามารถได้รับการปฏิบัติราชการ จาก สถ. ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้ง สถ. อาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือปฏิบัติราชการได้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ยินยอมให้ข้อมูลที่ สถ. ต้องการ

   ๘. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น

    สถ. อาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานในสังกัด หรือบุคคล หรือส่วนราชการอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทำงานร่วมกับ สถ. ในการปฏิบัติราชการ และอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานภาครัฐอื่นตามข้อบังคับของกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาลหรือตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ ทั้งในรูปเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งในระหว่างการส่งผ่านข้อมูลทุกขั้นตอน

    ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ สถ. จะดำเนินการ ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

   ๙. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    สถ. ได้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : CPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการ ของ สถ. ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

   ๑๐. วิธีการติดต่อ

    ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อ สถ. ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    สถานที่ติดต่อ : ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กทม. ๑๐๓๐๐

    ช่องทางการติดต่อ : www.dla.go.th

    หมายเลขโทรศัพท์ : ๐-๒๒๔๑-๙๐๐๐

   ๑๑. การเปลี่ยนแปลงนโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    สถ. อาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้สอดคล้อง กับแนวทางปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง สถ. จะแจ้งให้ทราบด้วยการเผยแพร่ ผ่านการประกาศที่เหมาะสมของ สถ.